หัวข้อเรื่อง
กฏการหักเห

มุมวิกฤติและ
การสะท้อนกลับหมด


เลนส์

เลนส์เว้า

เลนส์นูน

สรุปภาพจากเลนส์

ลึกจริงลึกปรากฎ

หัวข้อย่อย
 
ตัวอย่างของการสะท้อนกลับหมด

การสะท้อนกลับหมดในปริซึม

         เมื่อแสงผ่านเข้าไปในแท่งแก้วปริซึมโดยให้มุมตกกระทบมากกว่ามุมวิกฤติ ( ดรรชนีหักเหของแท่งแก้วทั่วไป คือ 1.5 ซึ่งมีมุมวิกฤต~42องศา ) แสงจะ สะท้อนกลับหมด(ดูรูปด้านบน)ซึ่งวิธีนี้จะดีกว่าการสะท้อนโดยกระจกเงาราบ (ซึ่งจะใช้โลหะปรอทหรือสารบางอย่างฉาบผิวด้านหลังไว้)โดยสามารถเลือก หรือกำหนดทิศทางที่แสงออกมาได้ นอกจากนี้ยังทนทานกว่าการใช้กระจก ที่มีสารฉาบเพราะสารที่ฉาบผิวอาจหลุดลอกออกมาได้เมื่อใช้นาน ดังนั้นจึง มีประโยชน์ในการนำไปเป็นองค์ประกอบของทัศนอุปกรณ์ต่างๆ เช่น กล้อง ส่องทางไกล ซึ่งเมื่อใช้ปริซึ่ม2อันจะสามารถลดระยะทางได้มากกว่ากระจกราบ


การเกิดมิราจ

         มิราจเป็นปรากฎการอย่างหนึ่งที่เกิดจากการสะท้อนกลับหมดของแสงโดยทั่วไปมักเกิดขึ้นในบริเวณที่มีอากาศร้อนหรือ กลางทะเลทราย เมื่อเรามองไปที่พื้นดินบริเวณที่มีอากาศร้อนจัดเราจะมองเห็นภาพของวัตถุเป็นภาพหัวกลับ ปรากฎอยู่ ใต้ผิวดินโดยที่วัตถุจริงๆอยู่ในที่สูงหรือสูงขึ้นไปบนท้องฟ้า เพราะว่าอากาศในแต่ละระดับชั้นมีอุณหภูมิแตกต่างกัน กล่าวคือ บริเวณที่สูงอากาศจะมีอุณหภูมิต่ำ(อากาศมีความหนาแน่นมากหรือดรรชนีหักเหมาก) และที่ระดับต่ำอากาศจะมีอุณหภูมิสูง (อากาศมีความหนาแน่นน้อยหรือมีดรรชนีหักเหน้อยดังนั้นเมื่อแสงจากวัตถุซึ่งอยู่ที่สูงหรืออยู่ในท้องฟ้าเดินทางมายังพื้นดิน แสงจะหักเหโดยเบนออกจากเส้นแนวฉากไปเรื่อยๆจนในที่สุดเมื่อมุมตกกระทบมีค่ามากกว่ามุมวิกฤต แสงจะไม่หักเห แต่ แสงจะสะท้อนกลับหมดและเดินทางเข้าสู่ตาผู้สังเกตทำให้ผู้สังเกตจมองเห็นภาพของวัตถุเป็นภาพหัวกลับอยู่ใต้ผิวดิน ดังรูป